28 มิ.ย.

เลือกเช่า Server อย่างไรให้คุ้มค่ากับการลงทุน

เลือก Server อย่างไรให้คุ้มค่ากับการลงทุน หัวข้อนี้คิดจะทำมาหลายครั้งแล้ว พอดีพอที่จะมีเวลาเขียนบทความอยู่เลยได้ลงมือเขียนซะที หลังจากที่เจอปัญหาความล่าช้าที่เกิดขึ้นจากการ Access ข้อมูลในปริมาณมากๆ อย่างเช่น ข้อมูลปริมาณมากกว่า 100,000 Record จึงได้มองเห็นว่าการที่จะเลือก Server ที่จะใช้ในการเก็บข้อมูลนั้นมีความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง ในการ Access ข้อมูลโดยความเห็นส่วนตัวแล้วอาจจะแบ่งตามลักษณะการใช้งานคือ

1.Server สำหรับธุรกิจขนาดเล็กซึ่งรองรับปริมาณข้อมูลที่ไม่มากนัก อาจจะมี Workstation ประมาณ 3-5 ตัวต่อเชื่อมกันอยู่ สเปคของ Server ที่ใช้ก็จะไม่สูงมากนักทั้งนี้เพื่อประหยัดค่าใช้จ่ายในการลงทุนสเปคที่ใช้น่าจะเป็นดังนี้ครับ
– CPU Intel Pentium 4 2.8 GHz ขึ้นไป
– Memory 1024 Mbytes – 4096 Mbytes
– Harddisk 120 GBytes 5400 รอบ หรือ 7200 รอบ
– Main Board Intel , AsusTech , Gigabyte หรือ DFI
– VgaCard VGA Color AGP Slot RAM 8 MB
– Monitor 14 ” – 17″
– Lancard 10/100 Mbps

จากสเปคจะเห็นว่าไม่ได้เลือกสเปคที่สูงมากนักทั้งนี้จะสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายในการจัดซื้อเครื่อง Server ได้แต่ปริมาณข้อมูลที่ต้องใช้ควรจะไม่มากจนเกินไปนัก อย่างเช่น ต่อปี ไม่เกิน 100,000 Record เป็นต้น

2.Server สำหรับธุรกิจขนาดกลาง ถึง ใหญ่ซึ่งรองรับปริมาณข้อมูลที่มีมาก อาจจะมี Workstation ประมาณ 10-30 ตัวต่อเชื่อมกันอยู่ สเปคของ Server ที่ใช้ก็จะสูงพอสมควรมากนักทั้งนี้เพื่อรองรับการ Access ข้อมูลที่มีปริมาณมาก สเปคที่ใช้น่าจะเป็นดังนี้ครับ
– CPU Dual* Intel Xeon Processor 2 GHz ขึ้นไป
– Memory 512 Mbytes – 1024 Mbytes
– Harddisk SCSI 120 GBytes 5400 รอบ หรือ 7200 รอบ
– Main Board Support Dual Processor
– VgaCard VGA Color AGP Slot RAM 8 MB
– Monitor 14 ” – 17″
– Lancard 10/100 Mbps

* Dual Processor = ใช้ CPU สองตัว
จากสเปคจะเห็นว่าเราควรจะใช้เครื่องที่มีประสิทธิภาพค่อนข้างจะสูง ในระยะเริ่มแรกอาจจะดูไม่คุ้ม แต่ในระยะยาวหากพูดถึงการ Upgrade ก็แทบจะไม่ต้อง Upgrade กันอีก ซึ่งจะเห็นได้ว่าในระยะยาวจะมีความคุ้มค่ามากกว่า และยังสามารถรองรับปริมาณข้อมูลมากกว่า 300,000 Record ต่อปี

นอกจากการเลือก Server ที่ถูกต้องและเหมาะสมกับงานแล้ว ยังต้องคำนึงถึงระบบการส่งผ่านข้อมูลหรือ Network อีกด้วยมันจะไม่เกิดประโยชน์อะไรเลยหากคุณมี Server ที่ทำงานได้เร็วแต่ขาด Network ที่สามารถทำงานได้เร็วด้วย ซึ่งปัจจุบัน ระบบ Network ที่รองรับความเร็วขนาด 100 Mbps ก็ได้เกิดขึ้นแล้วและราคาก็ไม่แพงจนเกินไปก็น่าที่จะเป็นสิ่งที่ควรพิจารณาด้วย


25 มิ.ย.

ส่วนประกอบที่คนทำ Content นั้นต้องรู้จัก

การทำ Content Marketing ในส่วนต่อไปว่าจะทำ Content รูปแบบใดออกมา ซึ่งจะมีส่วนประกอบที่คนทำ Content นั้นต้องรู้จักดังนี้

Format : รูปแบบของ Content ที่จะนำเสนอต่อกลุ่มเป้าหมาย ว่า Content นั้นจะเป็นอะไรช่นบทความ, คลิป, ภาพ หรืออื่น ๆ ทั้งนี้การเลือกรูปแบบของ Content นั้นต้องเข้าใจก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายนั้นจะเลือกการเข้าถึงสื่อในรูปแบบที่จะทำให้เกิดการสื่อสารขึ้นมาได้ แต่ละสื่อก็จะมีวัตถุประสงค์ในการรทำงานแตกต่างกันไป ซึ่งไม่จำเป็นต้องใช้แค่ format เดียว
Type: ลักษณะของ Content จะเป็นอย่างไร เช่นจะเป็นรีวิว จะเป็น How-to หรือ Case Study หรือการวิเคราะห์ออกมา ทั้งนี้ต้องดูว่าการทำ Content ของตัวเองนั้นกำลังสื่อสารอะไรและเพื่ออะไร จะได้เลือกลักษณะของ content ที่จะทำได้ถูกต้องต่อไปด้วย

Platform : การเลือกใช้ว่า Content ของเรานั้นจะกระจายตัวไปยังที่ใด ผ่าน Platform ใดนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะต้องทำ content ดังกล่าวให้มีความ Native ไปกับ รูปแบบของ Platform นั้นเพื่อให้เนียนไปกับการอ่านโดยไม่รู้สึกว่าถูกทำการตลาดอยู่ ทั้งนี้ Platform ในประเทศไทยที่นิยมก็มี Website, Webboar, facebook, Instagram, IG, youtube และการใช้ Ads ซึ่งแต่ละแบบก็มีรูปแบบในการสื่อสารของตัวเองต่อไป

Metrics : จะวัดผลของ Content นั้นด้วยอะไร และเพราะอะไร เช่นจะวัดด้วย Pageviews ที่เข้ามา หรือจะวัดว่ามีคน Clicks เท่าไหร่ ซึ่งแต่ละมาตรวัดนั้นก็จะให้คำตอบในแต่ละแบบกันไป ทั้งนี้การสร้าง Content ขึ้นมาต้องเลือกว่าจะวัดความสำเร็จด้วยมาตรวัดอะไรและควรเลือกแค่ตัววัดเดียวเท่านั้นเพื่อให้เนื้อหานั้น Focus อีกด้วย

Goals : เป้าหมายของ Content นั้นทำมาเพื่อให้ผู้บริโภคนั้นได้อะไรจากการปฏิสัมพันธ์กับเนื้อหานั้น ๆ จะได้อะไรกลับไป และแบรนด์นั้นจะได้อะไรจากการทำเนื้อหานี้ เช่น Lead, Members, Branding, Shares หรือยอดขาย บริทั้งนี้การวางบริบทของเนื้อหาจะมีผลต่อ Goals อย่างมาก

Sharing Triggers : กลไกที่จะสร้างการแชร์ของเนื้อหานั้นออกไปโดยผู้บริโภคนั้นจะมีกลไกอะไรที่จะสร้างให้คนนั้นแชร์ออกไปได้ ทั้งนี้รูปแบบที่จะทำให้คนแชร์นั้นมีรูปแบบที่ค่อนข้างเข้าใจกันดีอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นความสนุก ดราม่า เศร้า หรือความเหลือเชื่อต่าง ๆ

Check list อื่น ๆ : ว่า Content นั้นทำมาถูกต้องไหม รองรับการเป็น SEO ไหม ตัวสะกด การใช้ภาษา การให้แหล่งที่มา หรือเรื่องลิขสิทธ์ต่าง ๆ ที่ต้องใช้

ทั้งนี้นี่คือการทำ Content Marketing และส่วนประกอบของ Content Marketing ที่ควรเข้าใจก่อนทำ ซึ่งไม่ใช่แค่เขียนเป็นหรือรู้จักเครื่องมือก็ทำได้เลย แต่ทุกอย่างมันมีที่มาที่ไปว่าทำไมต้องทำ Content นี้ จะสื่อสารอย่างไร ในรูปแบบไหน ทำแล้วจะไปอยู่ที่ไหน แล้วเป้าหมายของ Content นั้นจะได้อะไรออกมา ซึ่งนี้เองที่ทำให้ Content Marketing นั้นประสบความสำเร็จในการทำการสื่อสารทางการตลาด